เทคนิคสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง

เนื่องจากไม่ใช่ภาษาแม่ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เรื่องการเรียนภาษาอังกฤษจึงกลายเป็นเรื่องยาก เป็นไม้เบื่อไม้เมา
ของเด็กไทยเรามาหลายยุคหลายสมัยจวบจนปัจจุบัน ส่งผลให้เด็ก ๆ หลายคนเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่เข้าใจ
เมื่อเติบโตไปก็พาลเกลียดภาษาอังกฤษกันไปเลย 

ดังนั้นเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ “รักและชื่นชอบ” ภาษาอังกฤษให้พร้อมที่จะเล่าเรียนต่อในระดับสูงขึ้นเมื่อเติบโตขึ้นได้แล้วนั้น การทำหน้าที่เป็น “ครูสอนภาษา” ของทั้ง คุณครูเอง หรือ พ่อแม่ ในช่วงที่ลูก หรือนักเรียนของคุณยังเล็กอยู่ จึงสำคัญ 

ดังนั้น บทความของเราในวันนี้ จึงขอนำเสนอเทคนิคสอนภาษาอังกฤษ ให้เด็กเข้าใจง่ายซึ่งได้แก่การสอนผ่านเกมส์และดนตรี ที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริง เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังจะหาสมัครงานครูโรงเรียนนานาชาติ หรือ คุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะสอนภาษาอังกฤษให้กับลูกที่บ้าน

เข้าใจการสอนเด็กเล็ก

เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการสอนภาษาอังกฤษสำหรับคุณหนู ๆ ผู้สอน (ไม่ว่าจะคุณครู หรือคุณพ่อคุณแม่) จะต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กกันก่อนค่ะว่า นักเรียนหรือลูกของคุณนั้นมีนิสัย และชื่นชอบการเรียนรู้ในรูปแบบใด

ทั้งนี้ ส่วนมากแล้ว เด็กเล็ก ๆ มักมีสมาธิสั้น และเบื่อง่าย การสอนภาษาอังกฤษ หรือการสอนวิชาใด ๆ แบบโดยเจาะจง มักไม่ใช่วิธีการสอนที่เหมาะสม ดังนั้น ขั้นแรกที่ต้องบอกให้ทราบกันคือ วิธีการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กเล็ก นั้นแตกต่างกับการสอนให้ผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง โดยเทคนิคการสอนเด็กเล็กให้ได้ผล จะออกไปในลักษณะการละเล่น มากกว่าการเรียนการสอนอย่างจริงจัง ซึ่งจะมาในรูปของเกมส์ ดนตรี การแข่งขัน นั่นเอง

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษผ่านเกมส์

การสอนภาษาอังกฤษผ่านเกมส์ คือหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเทคนิคนี้นอกจากจะสนุกสนาน ยังสามารถตอบโจทย์เรื่องสมาธิสั้น และความเบื่อง่ายของเด็ก ๆ ได้

โดยเทคนิคขั้นแรกของการสอนผ่านเกมส์ ผู้สอนจะต้องวางแผนกันก่อนค่ะว่าต้องการให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้หรือพัฒนาทักษะด้านไหน
เพื่อเลือกเกมส์ที่เหมาะสม เช่น 

  • หากต้องการเน้นทักษะด้านคำศัพท์ การใช้เกมส์ประเภทแฟลชการ์ด คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพื่อให้เด็ก ๆ “ได้เห็น” และ “ได้ยิน”
    การออกเสียงของคำศัพท์คำใหม่ 
  • หากต้องการเน้นทักษะด้านการสนทนา การสื่อสาร เกมส์ประเภทใบ้คำระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง คืออีกเกมส์ที่น่าสนใจค่ะ 

ทั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกสอนภาษาด้วยเกมส์ประเภทไหน ก่อนเริ่มเกมส์ อย่าลืมอธิบายกฎกติกาให้ชัดเจน และเข้าใจง่าย

โดยในการอธิบายเกมส์ ก็ควรใช้ภาษาอังกฤษในการอธิบาย ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องอธิบายอย่างชัดเจน แต่ต้องรวบรัด ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป เพราะเด็ก ๆ จะไม่สนใจถ้าต้องนั่งฟังคำอธิบายด้วยภาษาที่ตนไม่คุ้นเคยอย่างยืดยาวค่ะ นอกจากนี้ ภายหลังการอธิบายกฎกติการ ขั้นตอนสำคัญคือการสาธิตวิธีการเล่น อย่าลืมเชื้อเชิญนักเรียนในห้องเรียนมาเป็นต้นแบบ ของวิธีการเล่นเกมส์นะคะ ถ้ามีเพื่อนนักเรียนด้วยกันเป็นคำนำเสนอเด็ก ๆ จะให้ความสนใจมากขึ้น

ในระหว่างเด็ก ๆ เล่นเกมส์ นี่เป็นโอกาสสำคัญที่คุณครู สามารถสังเกตข้อบกพร่อง ข้อด้อยทางภาษาของเด็ก ๆ แต่ละคนได้ ว่าควรได้รับการพัฒนาหรือปรับปรุงตรงจุดไหน และสามารถนำมาอธิบายหรือสอนเพิ่มเติมในห้องเรียนภายหลังได้ นอกจากสังเกตข้อบกพร่องแล้วนั้น คุณครูที่ดีต้องสังเกตข้อดีของเด็ก ๆ เพื่อใช้สำหรับชื่นชมว่านักเรียนของคุณทำได้ดีแล้วในส่วนใดบ้าง ทั้งนี้ การได้รับคำชื่นชม จะช่วยให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจกับภาษาอังกฤษของตนมากขึ้นค่ะ

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษผ่านเสียงเพลง

นอกจากการเล่นเกมส์แล้วนั้น การใช้ดนตรี และเสียงเพลง คืออีกหนึ่งเทคนิคเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ได้ผลจริง เพราะจังหวะ
และเนื้อเพลงช่วยให้เด็ก ๆ จำและออกเสียงภาษาอังกฤษได้ดี ทั้งนี้ หากได้ร้องเพลงเดิม ๆ ซ้ำ ๆ บ่อยๆ เนื้อหา และถ้อยคำภาษาอังกฤษที่ปรากฏในเนื้อเพลงจะถูกบันทึกเข้าเป็นความทรงจำระยะยาว หรือ long-term memory ในสมองของเด็ก ๆ ได้เลยทีเดียว 

ทั้งนี้ เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษผ่านเสียงเพลง คุณครูผู้สอนหรือคุณพ่อคุณแม่ จะต้องเริ่มจากการอธิบายเนื้อหาของเพลงกันก่อน ในขั้นตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้สร้างบทสนทนา ตั้งคำถาม-คำตอบกับนักเรียน เพื่อเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ เช่น หากเป็นเนื้อเพลงเกี่ยวกับสัตว์ หรือการทำฟาร์ม คุณครูหรือพ่อแม่สามารถถามตอบกับนักเรียนได้ว่า รู้จักแกะ รู้จักช้าง เคยเห็นสัตว์ตัวนู้น หรือที่บ้านมีสัตว์ประเภทนี้เป็นสัตว์เลี้ยงบ้างหรือไม่อย่างไร
ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะกระตุ้นให้เด็ก ๆ ใช้ทักษะและคลังคำศัพท์ที่พวกเขามีค่ะ 

หลังจากเรียนรู้ และพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อเพลงแล้ว ก็ให้คุณครูลองเปิดเพลง และค่อยๆ สอนเนื้อเพลงกันไปทีละท่อนทีละประโยคอย่างช้า ๆ อย่าลืมให้เด็ก ๆ ได้ออกเสียงตาม เพื่อเน้นการเรียนรู้การออกเสียงที่ถูกต้อง ภายหลังเรียนรู้เนื้อเพลงกันครบถ้วน ให้เปิดทั้งเพลง และใช้ท่าเต้นประกอบ
การขยับแขนขาไปตามจังหวะดนตรีมีประโยชน์เพราะช่วยให้เด็ก ๆ ตื่นตัว และเรียนรู้ได้ไวมากขึ้น 

นอกจากนี้ เทคนิคเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษผ่านดนตรี คือการเลือกใช้เพลงที่ฟังง่าย ทำนอง จังหวะสนุกสนาน หากเพลงที่คุณเลือกถูกอกถูกใจน้อง ๆ แล้วล่ะก็ คุณครูหรือคุณพ่อคุณแม่สามารถเปิดได้บ่อยตามที่ต้องการ เพราะเด็ก ๆ จะไม่เบื่อเพลงที่พวกเขาร้องได้และสนุกไปกับมัน

ทั้งนี้ อย่าลืมถามควิซง่าย ๆ เกี่ยวกับเนื้อเพลง เช่น เลือกคำศัพท์ในเนื้อร้องออกมาสักคำ เพื่อถามเด็ก ๆ ว่าจำได้ไหมนะ ว่าคำนี้แปลว่าอะไร อาจใช้ประกอบกับสมุดรูปภาพที่มีสีสันสวยงาม แล้วคุณจะเห็นได้เลยว่า เด็ก ๆ สามารถจำคำศัพท์เหล่านี้ได้ดี มากกว่าที่คุณคิดอย่างแน่นอน 

คุณสมบัติ ที่ครูสอนพิเศษที่ดีต้องมี

จัดเป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความนิยมมากขึ้นสอดคล้องกับการแข่งขันด้านวิชาการของนักเรียนนักศึกษาในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับเป็นอาชีพที่ค่อนข้างอิสระ ในปัจจุบันเราจึงเห็นผู้คนมากมายหันมาหาสมัครงานสอนอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ดี หากคุณคือคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันเดินในเส้นทางของการเป็น “ครูสอนพิเศษ” แล้วนั้น
นอกเหนือจากการมีความเข้าใจ ความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาที่ตนสอนอย่างลึกซึ้ง
การเลือกประกอบอาชีพนี้ให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ ทั้งเพื่อเป็นที่ชื่นชอบ ได้รับค่าตอบแทนที่ดี และเพื่อให้สามารถสอนพิเศษให้นักเรียนพัฒนาได้ตามเป้าหมาย
ผู้สอนยังต้องมีคุณสมบัติ “ด้านอื่น ๆ” ที่ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญอีกหลายประการ 

เพื่อให้ทุกคนได้ทราบเกี่ยวกับคุณสมบัติของครูสอนพิเศษที่ดีที่ควรมี  ว่ามีอย่างไรบ้าง เราได้รวบรวมมาให้ไว้แล้ว ในบทความนี้

ครูสอนพิเศษที่ดี ต้องเปิดกว้างเรื่องสไตล์การสอน:

เมื่อชื่อก็บ่งบอกว่าเป็น “ครูสอนพิเศษ” ดังนั้น การสอนนักเรียนในการเรียนพิเศษนั้น ย่อมแตกต่างไปจากการสอนในห้องเรียนทั่วไป

ทั้งนี้ หนึ่งในข้อดีของการสอนนอกห้องเรียนคือ ครูผู้สอนสามารถเลือกสอนในสไตล์ใด ๆ ก็ได้ 

อย่างไรก็ตาม การเป็นครูสอนที่ดีนั้น การเลือกสไตล์การสอน ไม่ควรกำหนดจากตัวผู้สอนเอง แต่ต้องวิเคราะห์จาก “ผู้เรียน” เป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพราะเด็กนักเรียนแต่ละคน มีนิสัย ความชื่นชอบ และการเปิดรับที่แตกต่างกันไป ครูสอนพิเศษที่ดีจึงควรพิจารณาว่านักเรียนของตนนั้น เหมาะกับการเรียนการสอนสไตล์ไหน เช่น นักเรียนบางคนอาจชอบการสอนที่เน้นการร่ำเรียนเนื้อหาอย่างจริงจัง ในขณะที่นักเรียนหลายคนอาจเป็นนักปฏิบัติ ที่ต้องเน้นการปฏิบัติ หรือทำโจทย์เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นแล้ว ข้อแรกของคุณสมบัติของครูสอนพิเศษที่ดีที่ควรมี ก็คือ “การเปิดกว้างเรื่องสไตล์การสอน” นั่นเอง โดยครูที่ดีต้องไม่จำกัดหรือยึดติดอยู่กับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งเป็นพิเศษ แต่ควรเน้นเปิดกว้าง มีความยืดหยุ่น เพื่อเลือกสไตล์การสอน ที่เหมาะที่สุดกับนักเรียนของตนแต่ละคนได้ 

ครูสอนพิเศษที่ดี ต้องอดทนและสร้างสรรค์:

จัดเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ครูทุกประเภทต้องมี สำหรับความอดทน ทั้งนี้ เพราะครูอาจเจอนักเรียนที่มีความสามารถด้านการทำความเข้าใจเนื้อหาที่แตกต่างกันไป บ้างเรียนรู้ไว บ้างเรียนรู้ช้า ซึ่งยิ่งหากเป็นครูสอนพิเศษด้วยแล้วนั้น หน้าที่สำคัญคือการอดทนและสอนให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ในที่สุด

ทั้งนี้ หากนักเรียนของคุณเป็นคนเรียนรู้ช้าเสียหน่อยแล้วละก็ นอกจากความอดทนที่ต้องมี เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ก็จำเป็น เพราะคุณอาจต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการหาวิธีสอนให้นักเรียนจดจำและเข้าใจเนื้อหาให้ได้ อาทิ การใช้ความคิดสร้างสรรค์วาดภาพแผนผัง แผนที่ ความเชื่อมโยงของเนื้อหาในแต่ละส่วน เพื่อให้นักเรียนของคุณได้ศึกษาจากรูปภาพ เพื่อเข้าใจเนื้อหาได้แบบเป็นระบบมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ครูสอนพิเศษที่ดี ต้องสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน

อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของครูสอนพิเศษที่ดี ก็คือความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียนได้ ยิ่งเป็นการสอนพิเศษในรูปแบบห้องเรียนเล็ก ๆ หรือแบบตัวต่อตัวด้วยแล้วนั้น การเรียนคงไม่สำเร็จ หากปราศจากซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจและความสนิทสนมรู้จักกันระหว่างครูติวเตอร์และนักเรียน

ซึ่งครูสอนพิเศษที่ดีควรสามารถสร้างความสัมพันธ์เช่นนี้ให้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ และอาจทำได้โดยการพูดคุยกันระหว่างครูและนักเรียน ที่ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องของเนื้อหาวิชา แต่เป็นการพูดถึงแรงผลักดัน ความใฝ่ฝันด้านหน้าที่การงานของนักเรียน รวมไปถึงการแชร์ประสบการณ์ต่าง ๆ ของครูเอง หรือแม้แต่เรื่องต่าง ๆ ทั่วไป เช่น อาหารที่ชอบ งานอดิเรก เพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และความสนิทสนมกันมากขึ้นระหว่างครูและนักเรียน ครูติวเตอร์หลาย ๆ คนที่ขาดคุณสมบัติข้อนี้ ย่อมต้องใช้เวลานานจึงสามารถสร้างความสนิทสนม ทำความรู้จักนักเรียนของตน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย เพราะทำให้การเรียนการสอนประสบความสำเร็จได้ยากยิ่งขึ้นค่ะ

ครูสอนพิเศษที่ดี ต้องมีความสามารถในการจัดการทางอารมณ์:

นอกจากจะต้องเก่งกาจด้านวิชาการแล้วนั้น อีกคุณสมบัติสำคัญของครูสอนพิเศษคือต้องเป็นคนที่เก่งด้านการจัดการทางอารมณ์ นักเรียนหลายคน โดยเฉพาะที่ยังเด็ก ๆ กันอยู่อาจมีปัญหาเรื่องสมาธิในการเรียน หรือในบางภาวะครูสอนพิเศษอาจต้องเผชิญกับนิสัยแง่ลบของเด็กนักเรียนที่เกิดอารมณ์ไม่ดี

ครูที่ดีจึงต้องสามารถแยกแยะอารมณ์และหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมทั้งต้องมีความสามารถในการจัดการอารมณ์ของนักเรียน ให้เข้าสู่โหมดที่มีความพร้อมสำหรับการเรียนเนื้อหาหลักสูตรได้ 

นอกจากนี้ อารมณ์ของครูสอนพิเศษควรต้องเป็นอารมณ์ด้านบวกอยู่เสมอ ทั้งยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาดี คือสิ่งสำคัญของครูสอนพิเศษ
เพื่อให้นักเรียนรู้ผ่อนคลาย ไม่สร้างอคติ และเปิดรับเนื้อหาวิชาได้อย่างเต็มที่ 

ครูสอนพิเศษที่ดี ต้องมีความสามารถในการสื่อสาร:

เพื่อให้การสอนประสบความสำเร็จ และเกิดเป็นผลดีแก่ผู้เรียน ครูสอนพิเศษจะต้องมีความสามารถด้านการสื่อสาร เพื่อพูดคุยกับทั้งตัวนักเรียน และผู้ปกครองของนักเรียน เพราะหนึ่งในหน้าที่สำคัญของครูสอนพิเศษ คือการพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันวิเคราะห์พิจารณาว่า นักเรียนยังอ่อนเนื้อหาวิชาการในด้านไหน หรือทักษะในด้านใดที่ควรต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งหากครูไม่สามารถสื่อสารได้ดีแล้วนั้น การร่วมกันหาจุดเด่นจุดด้อยของนักเรียน ที่จะนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรเนื้อหาที่สอนอันเหมาะสมกับผู้เรียน ย่อมไม่อาจทำให้เกิดผลดีขึ้นได้