8 แนวคิดง่าย ๆ สำหรับจัดการความเครียดในที่ทำงานและที่บ้าน

ทุกคนรู้ว่าความเครียดก่อให้เกิดผลร้ายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ความผิดปกติและความวิตกกังวลเป็นความเจ็บป่วยทางจิตที่พบได้บ่อยที่สุดในหลาย ๆ ประเทศ ปัจจัยหลายอย่างทั้งส่วนตัวและสังคม มีส่วนร่วมที่ทำให้เกิดความเครียด โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากจะรับมือ

นักจิตวิทยาและที่ปรึกษาด้านสุขภาพกล่าวว่าการจัดการความเครียดควรเป็นรากฐานที่สำคัญของชีวิตที่วุ่นวายในปุจจุบันของเรา เคล็ดลับแปดข้อนี้เป็นประโยชน์ที่สุดที่จะทำให้มีสุขภาพจิตใจที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ และช่วยสร้างสมดุลต่อการทำงานและชีวิต 

1. ระบุความเครียดของคุณและควบคุมมัน

ความเครียดส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากภายนอก โดยอ้างอิงจากจูดิธ เบลมอนต์ นักจิตอายุรเวท นักจิตวิทยาด้านสุขภาพจิต เธอบอกว่า “มันเป็นทัศนคติและการรับรู้ของเรา ที่จะกำหนดว่าความเครียดมีผลต่อเราอย่างไร”

จากมุมมองนี้ความเครียดเป็นผลมาจากการตีความสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของเราเอง ดังนั้นแม้ว่าคุณจะไม่สามารถกำจัดความเครียดทั้งหมดของคุณออกไปได้ แต่สิ่งที่คุณสามารถควบคุมได้ คือ การกำหนดเวลาทำงาน การเงิน การจัดการกับงานต่าง ๆ คุณสามารถควบคุมระดับความเครียดของคุณได้หากคุณรู้จักที่จะควบคุมสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำได้ บางทีวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมความเครียดที่มาจากภายใน คือการทำสมาธิ

2. นั่งสมาธิ

การใช้เวลาสักครู่เพื่อทำสมาธิทุกวัน จะช่วยลดความเครียดและเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดี ดร. แคธลีน ฮอลล์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ The Mindful Living Network & The Stress Institute กล่าว การศึกษาที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ของการนั่งสมาธิ และการฝึกฝนดังกล่าวพบว่าช่วยทำให้ทำจิตใจปลอดโปร่งและปล่อยวางได้มากขึ้น 

3. ปรับวิธีคิด เรื่องความเครียดของคุณใหม่

ถ้าเราเปรียบความเครียดเสมือนกับสายของเครื่องดนตรี: สายที่ตึงเกินไปมักจะขาดได้ง่าย ถ้าสายหย่อน เครื่องดนตรีก็จะไม่มีประสิทธิภาพ ได้เสียงที่ไม่ไพเราะ

บ่อยครั้งที่เราคิดถึงความเครียดในแง่ลบ และเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง แต่บางครั้งเราต้องการความเครียดเพื่อให้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านชีวิตส่วนตัวและในอาชีพ ความเครียดสามารถให้แรงจูงใจ และพลังงานแก่เรา แต่แน่ล่ะ ความเครียดจะทำร้ายเราก็ต่อเมื่อมันอยู่เหนือการควบคุม

4. ออกกำลังกาย

นอกจากการฝึกจิตแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่ได้รับการทดสอบแล้วว่า ช่วยลดความเครียดได้ดีทีเดียว หากคุณไม่สามารถตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปวิ่งหรือไปเดินเล่นตอนเช้า การเดิน 20 นาทีในช่วงกลางวันจะช่วยให้คุณควบคุมจิตใจและร่างกายได้ดีขึ้น

การจดจำท่าโยคะเพื่อฝึกฝนด้วยตนเอง การร่วมกิจกรรมกับครอบครัว เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการออกกำลังกายหากคุณไม่มีเวลามากพอที่ออกกำลังกายหนัก ๆ 

5. คิดบวก

เริ่มต้นวันด้วยการเขียนหนึ่งความตั้งใจในเชิงบวก ลองนึกถึงการกระทำ หรือสิ่งที่จะช่วยให้คุณพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นมา 1 ข้อ แล้วทำมันซะ  เช่น ฉันจะพยายามชมเพื่อนร่วมงานให้มากขึ้น หรือฉันจะออกความคิดเห็นในที่ประชุมอย่างน้อยสองข้อ ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูไม่เข้าท่า การเอาตัวเองออกมาจากความกลัว จะช่วยให้คุณกล้าที่จะทำมันมากขึ้น 

6. ส่งเสริมตารางเวลาที่ดีต่อสุขภาพในที่ทำงาน

นายจ้างควรมีความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจในลักษณะที่สนับสนุนทั้งสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ดร. เกร็ก มาร์คัส ครูฝึกและผู้สอนการสร้างสมดุลชีวิตกล่าว มาร์คัสอ้างว่า Henry Ford ก่อตั้งการทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง โดยพบว่าเขาสามารถสร้างรถยนต์ได้มากเท่ากันระหว่างห้าวันทำงานกับหกวันทำงาน เพราะคนทำผิดพลาดน้อยลงเมื่อทำงานเพียง 40 ชั่วโมง

เราทุกคนรู้ดีว่าการค้นหาข้อผิดพลาดและแก้ไขมัน ต้องใช้เวลานานกว่าการทำให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกดังนั้นนโยบายของบริษัท ควรช่วยสนับสนุนการพักผ่อนที่เพียงพอทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้พนักงาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

7. รู้จักถอดปลั๊ก

เราทุกคนมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาชีวิตการทำงานของเราอยู่เสมอ ถึงอย่างไรก็ตาม เราต้องรู้จักเวลาที่จะเลิก ถอดปลั๊กอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ในระหว่างเวลาอาหารค่ำกับครอบครัว ทิ้งแท็บเล็ตของคุณไว้ในห้องอื่น และไม่เช็คอีเมลหรือข้อความหลัง 21.00 น. การทำอะไรง่าย ๆ เหล่านี้ จะช่วยลดความเครียดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในเวลาส่วนตัว

8. ใส่ใจในการกิน

โดยทั่วไปเราไม่ได้เชื่อมโยงอาหารกับระดับความเครียด อย่างไรก็ตาม เราสามารถช่วยจัดการกับความเครียดภายใน โดยการบริโภคอาหารของเรา การรับประทานอาหารเช้า จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยลดน้ำหนักและช่วยให้อารมณ์ไม่แปรปรวน นอกจากนี้ อาหารเสริมบางชนิด เช่น โอเมก้า 3 ยังช่วยลดความวิตกกังวล ความเครียด และภาวะซึมเศร้า, วิตามินบี 6 ช่วยเพิ่มเซโรโทนิน ซึ่งรักษาและควบคุมอารมณ์ให้สงบ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คืออาหารที่มีสารกระตุ้น ที่เพิ่มความเครียดและความวิตกกังวลของคุณ เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง, กาแฟ, น้ำตาล, และแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป

ไม่ว่าคุณจะทำงานในสายงานอะไร แน่นอนว่าทุกอาชีพ ทุกการทำงานจะมีความเครียดอยู่ด้วยเสมอ เพราะความเครียดคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากภายใน การรู้จักจัดระเบียบชีวิตให้ดีขึ้น จะช่วยควบคุมและรับมือกับความเครียดได้ในระดับหนึ่ง การนั่งสมาธิและเปลี่ยนแง่คิดเรื่องความเครียด จะช่วยให้เรื่องที่คุณคิดว่าหนัก กลับกลายเป็นเบา การดูแลสุขภาพและรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์จะช่วยเสริมสร้างร่างกายที่แข็งแรงและช่วยปรับสมดุลทางด้านอารมณ์ แน่นอนว่า ไม่มีใครในโลกที่จะสามารถกำจัดความเครียดของตัวเองออกไปได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยถ้าเรารู้จัก Work life balance สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีความสุขกับชีวิตและการทำงานมากขึ้น